แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประกันสังคม สำหรับอาชีพอิสระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประกันสังคม สำหรับอาชีพอิสระ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สมัครประกันสังคม มาตรา 40


ความคุ้มครองประกันสังคม ตามมาตรา 40
แบบสมัครใจ

คุ้มครองแรงงานนอกระบบ เมื่อประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย หรือชราภาพ

การสมัครประกันสังคม มาตรา 40 

  • ไม่ต้องตรวจสุขภาพ
  • มีเงินทดแทน
  • มีบำเหน็จ / บำนาญ

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • อายุ 15-60 ปีบริบูรณ์, ไม่เป็น ผู้ประกันตน มาตรา 33,39 และ ไม่เป็นข้าราชการหรือบุุคคลที่ถูกยกเว้นตาม กฎหมายสำนักงานประกันสังคม

เอกสารประกอบการสมัคร

1. แบบการขึ้นทะเบียนการเป็นผู้ประกันตน มาตรา 40 (สปส.1-40)
2. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงหรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้ พร้อมสำเนา



วิธีการนำส่งเงินสมทบ

  1. ผู้ประกันตนตามมาตรา 40  สามารถนำส่งเงินสมทบได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ท่านสะดวก
  2. จ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-ELEVEN ได้ทุกสาขา  ไม่เฉพาะเคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-ELEVEN เท่านั้น  แต่สามารถชำระได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสอื่นๆ ได้ทั่วประเทศ โดยมีค่าธรรมเนียม 10 บาทต่อครั้ง
  3. ชำระได้ที่เคาน์เตอร์ของธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  โดยมีค่าธรรมเนียม 5 บาทต่อครั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2554 เป็นต้นไป
หมายเหตุ   การชำระเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 40 ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสจะเสียค่าธรรมเนียมครั้งละ 10 บาท ในส่วนการชำระผ่านธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จะมีค่าธรรมเนียม 5 บาทต่อครั้ง โดยจะได้รับใบเสร็จรับเงินทันที  แต่ผู้ประกันตนต้องนำใบเสร็จรับเงินที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสที่ออกให้  พร้อมสมุดนำส่งเงินสมทบมาตรา 40 ไปติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา  เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ทำการประทับตราในสมุดนำส่งเงินสมทบ  เนื่องจากต้องใช้ประกอบการยื่นเรื่องเมื่อมีการรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ

สถานที่ในการขึ้นทะเบียน

1. สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา
2. หน่วยบริการเคลื่อนที่
3. สมัครผ่านตัวแทน (เจ้าหน้าที่ประกันสังคม)

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วิธีสมัคร ประกันสังคม มาตรา 40

วิธีสมัครประกันสังคม มาตรา 40

วิธีสมัครประกันสังคม มาตรา 40  สำหรับ ผู้ที่ไม่ได้ทำงานประจำ ประกันสังคม สำหรับผู้ไม่ได้ทำงานกับสถานประกอบการ หรือ ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระทุกสาขาอาชีพสามารถเป็นผู้ประกันตนกับทางสำนักงานประกันสังคมได้ ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

วิธีการสมัครประกันสังคม มาตรา 40 

คุณสมบัติในการสมัคร
  1. ต้องเป็นผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์  และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์
  2. ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33  และ ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ มาตรา 39

สิทธิประโยชน์พื้นฐาน

  • เงินทดแทนการขาดรายได้ เมื่อเจ็บป่วย  เมื่อนอนโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยในตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป  จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน  200  บาทต่อวัน ไม่เกิน 20 วันต่อปี   เงื่อนไข  จ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 4 เดือน
  • เงินทดแทนการขาดรายได้ เมื่อทุพพลภาพ  รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 500 - 1,000 บาทต่อเดือน  เป็นเวลานานถึง  15  ปี  เงื่อนไข  เงินทดแทนการขาดรายได้ เมื่อทุพพลภาพ  ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือนขึ้นไป
  • เงินค่าทำศพ (เสียชีวิต)  จะได้รับค่าทำศพจำนวน 20,000 บาทต่อราย  เงื่อนไข  จ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือน ภายในระยะเวลา 12 เดือน
  • เงินบำเหน็จชราภาพ   ผู้ประกันตนสามารถรับเงินก้อน เมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์  เงื่อนไข  มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์

ช่องทางการฝากเงินสมทบประกันสังคม

สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ท่านสะดวก
จ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-ELEVEN ได้ทุกสาขา ทั่วประเทศ โดยมีค่าธรรมเนียม 10 บาทต่อครั้ง
ชำระได้ที่เคาน์เตอร์ของธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ค่าธรรมเนียม 5 บาทต่อครั้ง

*** อย่าลืม เก็บใบเสร็จทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐาน ให้เจ้าหน้าที่ประกันสังคม ทำการประทับตราในสมุดนำส่งเงินสมทบ  เนื่องจากต้องใช้ประกอบการยื่นเรื่องเมื่อมีการรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ

เอกสารประกอบการสมัคร

1. แบบการขึ้นทะเบียนการเป็นผู้ประกันตน มาตรา 40 (สปส.1-40)
2. สำเนา บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง หรือ บัตรอื่นที่ทางราชการออกให้

ดาวน์โหลด ใบสมัครประกันสังคม มาตรา 40

ช่องทางการสมัคร 

1. สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา
2. หน่วยบริการเคลื่อนที่
3. สมัครผ่านตัวแทน (เจ้าหน้าที่ประกันสังคม)

ชมคลิป ประกันสังคม มาตรา 40 สิทธิประโยชน์ ที่จะได้รับมีหลายทางเลือก

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ประกันสังคมเตรียมคืนสิทธิ ม.39 2557

ข่าวดีครับ  


ประกันสังคม เตรียมคืนสิทธิผู้ประกันตน ม.39 ที่ขาดส่งเงินสมทบเกิน 3 เดือน หรือภายในระยะเวลา 12 เดือนส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน และถูกตัดสิทธิไปแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างเสนอ คสช. เพื่อพิจารณาออกประกาศ 

อ่านเพิ่มเติม http://bit.ly/YxlpEi

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ประกันสังคมกับผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ

ประกันสังคมกับผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ 

            เนื่องจากผู้ประกอบวิชาชีพอิสระจัดเป็นแรงงานนอกระบบ ซึ่งไม่ได้อยู่ในขอบข่ายของระบบประกันสังคม ทำให้ไม่ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์จากภาครัฐเหมือนกับแรงงานในระบบหรือผู้ที่ทำงานโดยมีนายจ้าง แต่ทราบหรือไม่ว่า ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบสามารถได้รับสวัสดิการเพิ่มขึ้นจากภาครัฐโดยการสมัครเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม โดยรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจะขอกล่าวถึงในบทความนี้ค่ะ


ผู้ที่มีรายได้ประจำหรือผู้ที่ทำงานโดยมีนายจ้าง จะเป็นผู้ประกันตนโดยบังคับในระบบประกันสังคม มีหน้าที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน โดยได้รับความคุ้มครองจากกองทุนประกันสังคมใน 7 กรณี ได้แก่ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ตาย ทุพพลภาพ คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน ในขณะที่ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ ซึ่งทำงานโดยไม่มีนายจ้าง จะได้รับสวัสดิการจากภาครัฐอย่างเดียว คือ สิทธิการรักษาพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ทั้งนี้ แนวทางหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระได้รับสวัสดิการจากภาครัฐเพิ่มขึ้นคือ การสมัครเป็นผู้ประกันตนในกองทุนประกันสังคม


เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพอิสระสมัครกองทุนประกันสังคม จะจัดเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ หรือเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 โดยผู้ที่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้นั้น จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ และไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 (ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 คือ ลูกจ้างหรือผู้ที่มีรายได้หลักจากเงินเดือนจะเป็นผู้ประกันตนโดยบังคับ ซึ่งมีหน้าที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือนตามที่กล่าวไปข้างต้น สำหรับผู้ประกันตามมาตรา 39 คือ ผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาก่อน และสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนด้วยเหตุออกจากงาน แล้วสมัครเข้ามาเป็นผู้ประกันตนอีกครั้ง)


สำหรับสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จะได้รับจากกองทุนประกันสังคม ขึ้นอยู่กับการส่งเงินสมทบ โดยการจ่ายเงินสมทบจะจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 1 ครั้ง และจ่ายเงินสมทบล่วงหน้าได้ครั้งละไม่เกิน 12 เดือน แต่ไม่สามารถจ่ายเงินสมทบย้อนหลังได้ โดยปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายช่วยผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ เรียกว่า เงินประเดิม ซึ่งเงินที่รัฐบาลร่วมจ่ายหรือเงินประเดิมนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง ทั้งนี้ ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 สามารถเลือกจ่ายเงินสมทบได้ 2 ทางเลือก คือ


ทางเลือกที่ 1 เงินสมทบ 100 บาทต่อเดือน  (ผู้ประกันตนจ่าย 70 บาท รัฐบาลร่วมจ่าย 30 บาท)

ได้รับสิทธิประโยชน์ 3 กรณี คือ

    1. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย

เมื่อผู้ประกันตนต้องนอนพักที่โรงพยาบาลตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 200 บาทต่อวัน ซึ่งสามารถเบิกได้ไม่เกิน 20 วันต่อปี โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ประกันตนจะต้องจ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 4 เดือน สำหรับค่ารักษาพยาบาลสามารถใช้สิทธิบัตรทอง

    2. กรณีทุพพลภาพ

ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เนื่องจากทุพพลภาพ 500-1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 15 ปี โดยจำนวนเงินทดแทนขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป สำหรับค่ารักษาพยาบาลกรณีทุพพลภาพสามารถใช้สิทธิบัตรทอง

    3. กรณีเสียชีวิต

ได้รับเงินค่าจัดการศพจำนวน 20,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ประกันตนจะต้องจ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือนภายในระยะเวลา 12 เดือน

ทางเลือกที่ 2 เงินสมทบ 150 บาทต่อเดือน (ผู้ประกันตนจ่าย 100 บาท รัฐบาลร่วมจ่าย 50 บาท) 

ได้รับสิทธิประโยชน์ 3 กรณีเช่นเดียวกับทางเลือกที่ 1 และเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีเงินบำเหน็จชราภาพอีก 1 กรณี เมื่อผู้ประกันตนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และไม่ต้องการเป็นผู้ประกันตนต่อ จะได้รับเป็นเงินก้อนที่เกิดจากเงินสมทบทั้งหมดรวมกับดอกผลของเงินสมทบที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบตามทางเลือกที่ 2 แล้วต้องการรับเงินบำเหน็จชราภาพเพิ่มขึ้น สามารถจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติมได้ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาทต่อเดือน

กล่าวได้ว่า กองทุนประกันสังคมเป็นหนึ่งในบริการด้านสวัสดิการสังคม เพื่อช่วยคุ้มครองป้องกันประชาชนผู้ประกอบวิชาชีพอิสระมิให้ได้รับความเดือดร้อนในความเป็นอยู่ของชีวิตเมื่อต้องสูญเสียรายได้ โดยได้รับสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับจำนวนเงินสมทบที่ส่ง และหากผู้ประกันตนเลือกส่งเงินสมทบกรณีชราภาพ เงินสมทบก้อนนี้จะเป็นเงินออมสะสมไว้ใช้จ่ายในวัยเกษียณ