แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพาะทานตะวันงออก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพาะทานตะวันงออก แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

9 สุดยอดผัก ห่างไกลมะเร็ง

9 สุดยอดผัก ห่างไกลมะเร็ง

ผัก ไม่ว่าจะเป็นชนิดไหนก็เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพทั้งนั้น ซึ่งผักทุกชนิดต่างก็อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินมากมาย เราจึงถูกปลูกฝังให้กินผักกันมาตั้งแต่เด็กๆ แต่บางทีเราก็ไม่รู้ว่าผักบางชนิดมันดีอย่างไร แล้วจะเลือกอย่างไรดี วันนี้เรานำข้อมูลจากเว็บไซต์ Reader's Digest มาสรุปให้ครับ


  1.  หัวหอม  เป็นผักชนิดหนึ่งที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก เมื่อรับประทานแบบสดๆ ช่วยป้องกันโรค  มะเร็งปอดและมะเร็งต่อมลูกหมาก
  2.  ข้าวโพด  เมื่อทำให้สุก จะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า ลูทีน (Lutein) อย่างเต็มที่ ซึ่งเจ้าสารชนิดนี้มีฤทธิ์ในการช่วยต่อสู้กับปัญหาเกี่ยวกับดวงตาในผู้ข้าวโพดต้ม ลองนำข้าวโพดไปย่าง หรือนำไปทำซุปข้าวโพดก็ได้ประโยชน์
  3. ถั่วลันเตา  มีงานวิจัยในวารสารวิชาการ International Journal of Cancer พบว่าการรับประทานถั่วลันเตาทุกวันจะช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารได้ การทานก็ไม่ยาก แค่เอามาผัดให้สุกกับน้ำมัน
  4. คะน้า  มากไปด้วยวิตามิน C สูง ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย และการลดอาการอักเสบต่างๆ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ โดยการไปลดระดับของคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีนั่นเอง เหมาะมากโดยเฉพาะคนที่มีไขมันในเลือดสูง
  5. บร็อคโคลี   ช่วยในการต่อสู้กับโรคมะเร็งมากที่สุดก็คงต้องยกแชมป์ให้บร็อคโคลี เพราะบร็อคโคลี เป็นผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และมีแร่ธาตุอื่นๆ อีกมากมาย
  6. พริกหวานสีแดง  ภายใต้เปลือกที่สีสันจัดจ้านนี้อุดมไปด้วยวิตามินซี มากถึง 150% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ของโรคหัวใจอีกด้วย
  7. ผักโขม  มากไปด้วย แคโรทีนอยด์ (carotenoid) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยสร้างเสริมสุขภาพดวงตาและช่วยป้องกันภาวะจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ตาบอดในผู้สูงอายุ และในผักโขมก็มีสารชนิดนี้อยู่สูงมาก แต่ถ้าอยากให้ได้ประโยชน์มากขึ้นก็ควรนำผักไปปรุงให้สุกเพราะจะทำให้ร่างกายดูดซึมแคโรทีนอยด์ได้ดีขึ้น
  8. กะหล่ำดาว  เป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการต่อสู้กับโรคมะเร็งที่เกิดจากสารอนุมูลอิสระ รวมทั้งการรับประทานวิตามินซีทุกวันก็ช่วยต่อสู้โรคมะเร็งได้ ซึ่งในกะหล่ำดาวเพียงครึ่งถ้วยก็มีปริมาณวิตามินซีถึง 80% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน แถมยังช่วยต่อสู้กับโรคหัวใจและต้อกระจกได้อีกด้วย
  9. หัวบีท   หัวบีทเป็นผักที่เราไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไร ส่วนใหญ่ที่เคยก็ได้ยินน้ำบีทรูท ซึ่งก็เป็นน้ำที่มาจากหัวบีทนี่ล่ะ แต่นอกจากน้ำแล้ว เจ้าหัวบีทสดก็มีประโยชน์นะ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อสู้กับมะเร็ง  และมี ลูทีน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยปกป้องดวงตา 

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557

ปลูกทานตะวันงอก แบบไม่ง้อที่ดิน!!

ไม่มีที่ดิน   ก็สามารถปลูกผักไว้ทานเองได้ !!



ทานตะวันงอก หรือต้นอ่อนทานตะวัน  เป็นพืชปลอดสารพิษ และตอนนี้เป็นที่นิยมบริโภคกันมาก 
เพราะมีประโยชน์มากมายหลายอย่าง  อาทิเช่น ช่วยบำรุงสายตาและเซลล์สมอง  ป้องกันโรคสมองเสื่อม มีวิตามินอีสูง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีที่เรียกว่า วิตามินต้านแก่ กระตุ้นปอดให้เกิดการชะล้างตัวเอง มีฤทธิ์ในการยับยั้งการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ มีโปรตีนสูงกว่าถั่วเหลือง และย่อยง่ายเหมาะกับทุกเพศทุกวัย มีเอนไซม์ที่มีประโยชน์ทำหน้าที่ดักจับพร้อมทำลายแบคทีเรีย จุลชีพ และของเสียจากเซลล์ ซึ่งสำคัญมากต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน  และอื่น ๆ  ลองหาอ่านดูนะคะ

จะพาพี่น้องไปเพาะเมล็ดทานตะวันงอกไว้กินเองเด้อพี่น้อง ไปซื้อเขากินแพงโพดๆ ปลูกเองโลดงั้น
ที่ขายกันก็ 150-300 บาท / กิโลกรัม จ๊ากกกกกกกกก!!! แพงอิหลี งั้นมาประหยัดเพาะกินกันเองดีกว่าเนาะๆๆ ปลูกไว้กินเอง ผลผลิตออกมากก็เอาไปขายตามตลาดนัดบ้านเฮาได้ ^_^



ข้อดีในการเพาะต้นอ่อนทานตะวัน

1. ไม่ต้องการพื้นที่ในการเพาะมาก  ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใดก็เพาะได้ (ไม่ว่าจะอยู่คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮ้าส์  ใช้กล่องเพาะ หรือตะกร้าเพาะ ก็เพาะได้) 
2. ใช้เวลาในการเพาะสั้น เพียงไม่กี่วัน ก็สามารถนำไปประกอบอาหารได้
3. เนื่องจากเวลาในการเพาะสั้น  จึงไม่ค่อยมีแมลงมารบกวน 
4. ให้คุณค่าทางอาหารสูง
5. ปลอดภัยต่อผู้บริโภค เพราะไม่ต้องใช้ปุ๋ยหรือสารเคมีใดๆ เลย (ให้ความมั่นใจในการบริโภค เพราะเพาะเอง)
6. เป็นที่ต้องการของตลาดสูงขึ้นเรื่อยๆ และราคาดี

อุปกรณ์ที่หาได้มีดังนี้ 
1. เมล็ดทานตะวันสีดำ ( black oil sunflower seeds ) สีดำๆที่ร้านขายอาหารนกหรือร้านอาหารสัตว์นั่นแหล่ะ เอาพันธุ์สีดำ
ถ้าพันธุ์เมล็ดสีลายๆขาวดำไม่เอาเด้อ อัตราการงอกมันน้อย มันงอกยาก 
2. ถาดหรือกระบะทึบแสง 2 อัน (จะเปลี่ยนเป็นกระจาด หรือกล่องโฟมก็ได้ เอาสิ่งที่มีอยู่มาประยุกต์เอา มีอะไรก็เอาอันนั้นแหล่ะ)
3. ดินพอจั๊กหน่อย
4. สเปรย์ฉีดน้ำเปล่า

เริ่มปลูกกันเลยเนาะ  
1. แช่เมล็ดทานตะวันในน้ำไว้หนึ่งคืน ใช้เมล็ดสักครึ่งถ้วย-หนึ่งถ้วยก็พอ

                      

2. เตรียมถาด 2 ใบ ไม่ต้องเจาะรูระบายน้ำหรือถ้ามีรูก็ไม่เป็นไร, ใส่ดินลงไปสูงครึ่งนิ้วถึงหนึ่งนิ้ว
สเปรย์น้ำให้ทั่วดินพอชุ่มๆห้ามแฉะมาก โรยเมล็ดทานตะวันที่แช่น้ำแล้วกระจายให้ทั่วในกระบะ, สเปรย์น้ำอีกครั้งให้ทั่ว 


3. ใช้กระบะอีกใบคว่ำปิดทับด้านบน เปิดรดน้ำด้วยสเปรย์วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หลังรดน้ำแล้วปิดกระบะไว้เช่นเดิมเพื่อเก็บความชื้นเมล็ดจะได้งอกไวๆ



4. เริ่มผลิใบ 1 คู่ ให้หงายกระบะวางทับไว้ด้านบน บังคับให้ต้นทานตะวันงอกในระดับเดียวกัน, สเปรย์รดน้ำเช้า-เย็น แล้วก็วางกระบะทับไว้ด้านบนเช่นเดิม 2-3 วัน ตอนนี้ลำต้นสูงประมาณ 2- 3 นิ้ว เอากระบะที่วางทับไว้ออกได้ จะเห็นใบมีสีเหลืองเนื่องจากไม่โดนแสง เอาวางถาดไว้ในที่ร่มห้ามโดนแสงแดด ไม่กี่ชั่วโมงใบทานตะวันจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว, สเปรย์รดน้ำเช้า-เย็น 


ระยะเวลาเก็บเกี่ยว
7-11 วัน จากนั้นเวลาตัดรากก็ใช้กรรไกรตัดโลด รวบมาเป็นกำๆ แล้วก็ตัดงับๆๆๆ 

วิธีเก็บรักษา :
ใส่ถุงพลาสติกแล้วแช่ในตู้เย็น (ห้ามล้างน้ำก่อนเด็ดขาด ไม่งั้นจะเน่าง่าย!!) 
ถึงเวลาจะทำอาหารค่อยแบ่งออกมาล้างน้ำ

เมนูทานตะวันงอก
ทานตะวันงออก สามารถปรุงเป็นอาหารจีน เช่น  ต้มจืด ยำทานตะวันก็ได้  อาหารฝรั่ง เช่น สลัดผักทานตะวันใส่ผักกาดหอม ผักกาดแก้ว วอตอร์เครส  ปวยเล้ง  ผักคอสร็อกเกต เข้าไปด้วย ก็เป็นแหล่งของเบต้าแคโรทีนเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของมะเร็ง  และป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็ง  แล้วยังมีวิตามินซี ป้องกันผิวหนังแก่ก่อนวัย และกากใยที่ช่วยระบบขับถ่ายได้ดีอีกด้วย

และปรุงเป็นอาหารอิตาเลียน เช่น สลัดอิตาเลี่ยน ทานตะวันอบชีส  อาหารญี่ปุ่น เช่น สลัดญี่ปุ่นแฮนด์โรลและอาหารเวียดนาม เช่น ปอเปี๊ยะ และแหนมเนือง เป็นต้น

ตัดแบ่งใส่ถุง ติดป้ายสติกเกอร์สวยๆ ก็ขายได้แล้ว ^_^