วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

จิตใจร่าเริง เป็นยาอย่างดี

จิตใจร่าเริง เป็นยาอย่างดี

 ทราบหรือไม่ว่า เบื้องหลังของ เสียงหัวเราะ นั้นมีประโยชน์มากมายที่คุณอาจคาดไม่ถึง

  1. หัวเราะช่วยลดอาการเจ็บปวด   เมื่อหัวเราะรางกายจะรู้สึกผ่อนคลายซึ่งจะช่วยลดความเจ็บปวดได้ ตัวอย่างเช่น เวลาถูกฉีดยา หากเรารู้สึกเครียดกล้ามเนื้อจะเกร็งตัวทำให้รู้สึกเจ็บ แต่หากหัวเราะร่างกายจะเริ่มผ่อนคลายและความเจ็บปวดนั้นจะค่อยๆลดลง
  2. หัวเราะแก้ซึมเศร้า การหัวเราะนั้นจะช่วยให้ร่างกายหลังสารสื่อประสาทอย่างซีโรโทนิน (Serotonin) และโดพามีน (Depamine) เพิ่มมากขึ้นทำให้จิตใจสงบเยือกเย็น ผ่อนคลาย
  3. หัวเราะเพิ่มภูมิคุ้มกัน  การหัวเราะช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจเช่น ไข้หวัดได้
  4. หัวเราะลดน้ำหนัก  เวลาเครียดร่างกายจะหลังฮอร์โมนเครียดที่ชื่อว่าคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมา ทำให้เกิดความรู้สึกอยากอาหารและกินมากขึ้น การหัวเราะ 30 วินาที - 5 นาทีสิบครั้งต่อวันจะช่วยให้ความอยากอาหารลดลง มีผลให้การควบคุมน้ำหนักดีขึ้นด้วย
  5. หัวเราะบริหารหัวใจ การหัวเราะเพียง 15-20 นาที ช่วยให้หัวใจได้ออกกำลังกาย 3-5 นาที ถือเป็นการบริหารหัวใจง่ายๆที่เหมาะกับผู้สูงอายุที่นอนอยู่บนเตียงและเคลื่อนไหวไม่ได้มากนัก
  6. หัวเราะบริหารกล้ามเนื้อ  ระหว่างที่หัวเราะจะช่วยกล้ามเนื้อบนใบหน้า 12 ชนิดและกล้ามเนื้อบริเวณร่างกายอีก 15 ชนิด ได้ออกกำลังไปในตัวด้วย
  7. หัวเราะบริหารปอด การหัวเราะทำให้กะบังลมเคลื่อนไหว ช่วยหมุนเวียนอากาศในปอดช่วยให้ปอดสามารถขับอากาศเสียและรับออกซิเจนเข้าปอดได้อย่างเต็มที่

มาเป็นคนโชคดีกันเถอะ

มาเป็นคนโชคดีกันเถอะ 

มาเป็นคน โชคดีกันเถอะ

ความลับของคนโชคดี 

          "คุณช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้เลื่อนตำแหน่ง"
          "คุณโชคดีที่ทำธุรกิจอะไรก็ประสบความสำเร็จไปหมด"
          "คุณโชคดีที่มีครอบครัวที่ดีและอบอุ่น"


เราเคยสงสัยบ้างไหมว่า ความโชคดีคืออะไร? แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะมีความโชคดีเป็นของตัวเองบ้างบางคนอาจรอคอยและคิดว่าสักวันหนึ่งโชคคงเป็นของเราบ้าง บ้างก็คิดว่าความโชคดีมาจากบุญเก่าที่สร้างไว้ ผลบุญจึงส่งผลให้เขาโชคดีและประสบความสำเร็จ

 ต่อไปนี้เป็น เคล็ดลับการสร้างความโชคดี
“คนที่โชคดี” จะมีลักษณะบางอย่างร่วมกัน ซึ่งช่วยให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะโชคดีมากกว่าคนอื่น

  1. คนที่โชคดีจะใช้ประโยชน์จาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับชีวิตของตน โดยที่แทนที่เขาจะคิดว่า เป็นเพียงแค่เหตุบังเอิญ แต่แท้ที่จริงแล้ว ไม่มีคำว่า "บังเอิญ" ในโลกใบนี้ หากแต่เป็นเหตุการณ์ที่อาจจะเปลี่ยนโชคชะตาของคุณเลยก็ได้ โดยแทนที่จะปล่อยให้ชีวิตผ่านไปเรื่อยๆ พวกเขาจะใส่ใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว จึงสามารถดึงประโยชน์มาได้ดีกว่าคนอื่น
  2. คนที่โชคดีจะ เปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ และเต็มใจที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่อยู่นอกเหนือประสบการณ์ของตนเอง เช่น การอ่านหนังสือเนื้อหาที่ไม่คุ้นเคย เดินทางไปสถานที่ที่ไม่รู้จัก
  3. คนที่โชคดี มักชอบเข้าสังคม ชอบสบตาและยิ้มให้กับผู้อื่น ส่งผลให้ได้พบกับความสัมพันธ์ที่ดีและยาวนานกว่าคนทั่วไป รวมทั้งได้รับโอกาสดีๆ มากกว่าบุคคลอื่นด้วย
  4. คนที่โชคดี จะมองโลกในแง่ดี และคาดหวังว่าจะมีเรื้องดีๆ เกิดขึ้นกับตัวเอง ดังนั้นเมื่อมีบางสิ่งไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ พวกเขาก็จะพยายามหาวิธีดึงผลลัพธ์ดีๆ ออกจากสถานการณ์อันเลวร้ายได้อยู่ดี มุมมองของพวกเขาสามารถเปลี่ยนเรื่องร้ายๆ ให้กลายเป็นเรื่องดีๆได้


ดังนั้น ถ้าเราอยากเป็นคนโชคดีในทุกๆ ด้านของชีวิตแล้วล่ะก็ ลองมาปรับมุมมอง เพื่อที่จะเป็นคนโชคดีกันน่ะครับ


บทบาท กองทุนเงินทดแทน

กองทุนเงินทดแทน ดูแลผู้ประกันตน กรณีเจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุ เนื่องจาการทำงาน 

กองทุนเงินทดแทน  เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นทุนในการจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้าง  เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย   หรือถึงแก่ความตาย   หรือสูญหาย    เนื่องจากการทำงานให้นายจ้าง    โดยนายจ้าง เป็นผู้มีหน้าที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเพียงฝ่ายเดียว


แจ้งการประสบอันตรายของลูกจ้าง

            เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้นายจ้าง   นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างได้รับการรักษาพยาบาลทันที  และแจ้งสำนักงานประกันสังคม  ภายใน  15  วันนับแต่วันที่ทราบ  โดยใช้แบบแจ้งการประสบอันตราย   หรือเจ็บป่วยฯ  (กท 16)  ลูกจ้างสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลใดก็ได้    โดยทดรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน     หรือใช้แบบ  กท.44   ส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษาหากโรงพยาบาลนั้นเป็นโรงพยาบาลในความตกลงกับกองทุนเงินทดแทน     โดยโรงพยาบาลจะเรียกเก็บเงินค่ารักษาพยาบาลจากสำนักงานฯ  โดยตรง

เมื่อเกิดกรณีดังต่อไปนี้ ผู้ประกันตน ควรใช้สิทธิของตน เพื่อขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้ 


รู้หรือไม่ อันตรายจากการนอนดึก อดนอน ทำลายระบบทำงานของร่างกาย

ปัจจุบันปัญหาสุขภาพของคนทุกวัยในปัจจุบันคือ การนอนดึก เป็นประจำ จนรู้หรือไม่ว่า มีโทษต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง
เพราะการนอนดึกจะทำให้ระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกายมีปัญหา 


ปัญหาคนรุ่นใหม่  ซึ่งมีทั้งวัยรุ่นและวัยทำงานทั้งหลายกระทำในสิ่งที่ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องจำเป็น และมีสาระประโยชน์นักแต่อย่างใด  นับตั้งแต่ เล่มเกมส์ออนไลน์, คุยกัน (Chatting) ผ่านอินเตอร์เนต, ส่งข้อความหากัน (Texting), โทรศัพท์คุยเล่นกัน (Phone call), ดูหนังดึกๆดื่นๆจนกลายเป็นเรื่องที่พบเห็นดาษดื่น  จนกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมยุคปัจจุบัน

....หลายคนลงเอย  ด้วยการนอนหลับอยู่บนโซฟา หรือหน้าจอ  โดยอุปกรณ์ทีวี และคอมพิวเตอร์เหล่านั้นยังคาเปิดทิ้งไว้  จนรุ่งเช้าเลยก็มี....

ปัญหาวัยรุ่นโดยเฉพาะวัยเรียนนอนดึก และนอนไม่เป็นเวลา เป็นเรื่องที่พ่อแม่ ผู้ปกครองเกือบทั้งโลกปวดหัว  แต่ก็ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร...

บางคนอาจจะโต้แย้งว่า  ตอนดึกๆเป็นยามที่อากาศเย็นสบาย เงียบสงบ ไม่ค่อยมีเสียงและผู้คนรอบๆตัวมารบกวน  ทำให้มีสมาธิทำงานดีขึ้น  ในทางวิทยาศาสตร์เราพบว่าประสิทธิภาพ (Efficiency) และผลผลิต (Productivity) ของร่างกายมีแนวโน้มจะลดลงเมื่อดึกมากขึ้น  ถ้าหากในเวลากลางวัน  เรามีกิจกรรมอยู่ตลอด  ยามวิกาลจึงควรเป็นเวลายกคัทเอาต์ขึ้น  เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและตั้งสมดุลย์ร่างกายใหม่

คำแนะนำที่สั้น และกระชับที่สุดคือ  ควรเข้านอนช่วง 21 – 23 นาฬิกา อย่างดึกที่สุดไม่เกินเที่ยงคืน  ไม่เล่นมือถือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใดๆ หรือดูโทรทัศน์ช่วง 30-60 นาทีก่อนนอน  ไม่ดื่มชา,กาแฟ  ห้องนอนควรมืด เงียบ และอุณหภูมิพอเหมาะ  ตื่นนอนในเวลาใกล้เคียงกันแทบทุกวัน  อย่าตื่นสายในวันหยุด  สวนมนต์หรือนั่งสมาธิก่อนนอน  จะช่วยให้ใจสงบและหลับสบาย

คนนอนดึกและตื่นเช้า  มักจะนอนไม่พอโดยไม่รู้ตัว  ฝรั่งเรียกว่า เป็นพวกชอบ “จุดเทียนปลาย 2 ข้าง” (to burn the candle at both ends)

หนุ่มๆ ที่ชอบทำตัวเป็นนกฮูก  ส่วนสาวๆ ที่ชอบทำตัวเป็นนกเค้าแมว ซึ่งหากินกลางคืน  เป็นเรื่องที่ขัดกับหลักการที่ว่า  เราควรให้คุณค่ากับการนอนหลับ พักผ่อน เฉกเช่นคุณค่าของชีวิต (we must value our sleep as we value our life)  ทีเดียวครับ

นอนดึก ผลเสีย

ปวดปัสสาวะ อย่ากลั้น (Infographic)

อั้นปัสสาวะ ฉิ้งฉ่อง ฉี่ เป็นอันตราย หากต้้่งครรภ์เสี่ยงแท้งลูกได้

อั้นปัสสาวะ เคยเป็นกันไหมคะ  โดยเฉพาะหน้าหนาวก็เลยไม่อยากลุกขึ้นจากที่นอนเลยหรือตอนทำงาน เดินทางไปต่างจังหวัด ติดประชุม แต่มันไม่ดีแน่ๆ ในการกลั้นปัสสาวะ เพราะพบว่าตื่นเช้ามารู้สึกปวดท้องน้อย เมื่อไปปัสสาวะ ก็ยิ่งปวดมากขึ้นกว่าเดิม และอีกอย่างรู้สึกปวดหลังเป็นอย่างมากค่ะ   และไปหาข้อมูลเกี่ยวกับ ปัญหาจากการกลั้นปัสสาวะ

อั้นปัสสาวะ อั้นฉี่ ผลกระทบ

สาเหตุที่ทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่พบบ่อยได้แก่เชื้อ อีโคไล ( E.Coli ) ซึ่งเป็นเชื้อที่พบในอุจจาระของคนทั่วไป เนื่องจากทวารหนักและท่อปัสสาวะอยู่ใกล้กันมากโอกาสในการปนเปื้อนจึงเกิด ขึ้นได้ และทำให้เชื้อโรคหลุดเข้าไปในน้ำปัสสาวะ เกิดการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะและย้อนขึ้นไปตามหลอดไต เกิดการอักเสบที่กรวยไตได้ โรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลันจะมีอาการ ไข้สูง หนาวสั่นมาก ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน มักมีอาการปวดท้อง ปวดบั้นเอวด้านในด้านหนึ่ง และปัสสาวะขุ่น ถ้าเป็นมากอาจจะปัสสาวะเป็นหนองได้ 

         โรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน ถือเป็นโรคที่รุนแรงและมีอันตราย ควรได้รับการรักษาอย่างถูกต้องภายใน 24 ชั่วโมง คือ ได้รับการตรวจวินิจฉัย และหาสาเหตุร่วม เช่นการมีนิ่วอุดตันในทางเดินปัสสาวะ หากได้รับการรักษาช้าอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เช่น ภาวะไตวายเฉียบพลัน หรือภาวะโลหิตเป็นพิษ และจะพบความรุนแรงยิ่งขึ้นในกรณีที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ พบว่าการรักษาโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน ต้องได้รับยาปฏิชีวนะชนิดฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ และต้องให้สารน้ำทางน้ำเกลือในกรณีที่ผู้ป่วยอาเจียนมาก เพื่อรักษาสมดุลเกลือแร่ และน้ำในร่างกาย


หากมีอาการของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ควรรีบรักษาอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้ลุกลามการอักเสบไปที่กรวยไตและเนื้อไต ซึ่งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ป่วยเบหวานอย่าวางใจเด็ดขาด เพราะการอักเสบที่รุนแรง อาจเกิดถุงหนองรอบไต และติดเชื้อเข้ากระแสเลือด อันตรายถึงชีวิตได้ พฤติกรรมของมนุษย์ มีผลต่อการเกิดโรคต่างๆ ได้มากมาย เช่น การกิน การนอนหลับ การใช้คอในกรณีนอนอ่านหนังสือ หรือนอนดูทีวีหรือการเงยคอบ่อยๆ เรียกว่าใช้คอในท่าที่ไม่ถูกต้องก็ทำให้กระดูกต้นคอเสื่อมได้ เช่นเดียวกันการกลั้นปัสสาวะบ่อยๆ ก็ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ 

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557

ปลูกทานตะวันงอก แบบไม่ง้อที่ดิน!!

ไม่มีที่ดิน   ก็สามารถปลูกผักไว้ทานเองได้ !!



ทานตะวันงอก หรือต้นอ่อนทานตะวัน  เป็นพืชปลอดสารพิษ และตอนนี้เป็นที่นิยมบริโภคกันมาก 
เพราะมีประโยชน์มากมายหลายอย่าง  อาทิเช่น ช่วยบำรุงสายตาและเซลล์สมอง  ป้องกันโรคสมองเสื่อม มีวิตามินอีสูง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีที่เรียกว่า วิตามินต้านแก่ กระตุ้นปอดให้เกิดการชะล้างตัวเอง มีฤทธิ์ในการยับยั้งการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ มีโปรตีนสูงกว่าถั่วเหลือง และย่อยง่ายเหมาะกับทุกเพศทุกวัย มีเอนไซม์ที่มีประโยชน์ทำหน้าที่ดักจับพร้อมทำลายแบคทีเรีย จุลชีพ และของเสียจากเซลล์ ซึ่งสำคัญมากต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน  และอื่น ๆ  ลองหาอ่านดูนะคะ

จะพาพี่น้องไปเพาะเมล็ดทานตะวันงอกไว้กินเองเด้อพี่น้อง ไปซื้อเขากินแพงโพดๆ ปลูกเองโลดงั้น
ที่ขายกันก็ 150-300 บาท / กิโลกรัม จ๊ากกกกกกกกก!!! แพงอิหลี งั้นมาประหยัดเพาะกินกันเองดีกว่าเนาะๆๆ ปลูกไว้กินเอง ผลผลิตออกมากก็เอาไปขายตามตลาดนัดบ้านเฮาได้ ^_^



ข้อดีในการเพาะต้นอ่อนทานตะวัน

1. ไม่ต้องการพื้นที่ในการเพาะมาก  ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใดก็เพาะได้ (ไม่ว่าจะอยู่คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮ้าส์  ใช้กล่องเพาะ หรือตะกร้าเพาะ ก็เพาะได้) 
2. ใช้เวลาในการเพาะสั้น เพียงไม่กี่วัน ก็สามารถนำไปประกอบอาหารได้
3. เนื่องจากเวลาในการเพาะสั้น  จึงไม่ค่อยมีแมลงมารบกวน 
4. ให้คุณค่าทางอาหารสูง
5. ปลอดภัยต่อผู้บริโภค เพราะไม่ต้องใช้ปุ๋ยหรือสารเคมีใดๆ เลย (ให้ความมั่นใจในการบริโภค เพราะเพาะเอง)
6. เป็นที่ต้องการของตลาดสูงขึ้นเรื่อยๆ และราคาดี

อุปกรณ์ที่หาได้มีดังนี้ 
1. เมล็ดทานตะวันสีดำ ( black oil sunflower seeds ) สีดำๆที่ร้านขายอาหารนกหรือร้านอาหารสัตว์นั่นแหล่ะ เอาพันธุ์สีดำ
ถ้าพันธุ์เมล็ดสีลายๆขาวดำไม่เอาเด้อ อัตราการงอกมันน้อย มันงอกยาก 
2. ถาดหรือกระบะทึบแสง 2 อัน (จะเปลี่ยนเป็นกระจาด หรือกล่องโฟมก็ได้ เอาสิ่งที่มีอยู่มาประยุกต์เอา มีอะไรก็เอาอันนั้นแหล่ะ)
3. ดินพอจั๊กหน่อย
4. สเปรย์ฉีดน้ำเปล่า

เริ่มปลูกกันเลยเนาะ  
1. แช่เมล็ดทานตะวันในน้ำไว้หนึ่งคืน ใช้เมล็ดสักครึ่งถ้วย-หนึ่งถ้วยก็พอ

                      

2. เตรียมถาด 2 ใบ ไม่ต้องเจาะรูระบายน้ำหรือถ้ามีรูก็ไม่เป็นไร, ใส่ดินลงไปสูงครึ่งนิ้วถึงหนึ่งนิ้ว
สเปรย์น้ำให้ทั่วดินพอชุ่มๆห้ามแฉะมาก โรยเมล็ดทานตะวันที่แช่น้ำแล้วกระจายให้ทั่วในกระบะ, สเปรย์น้ำอีกครั้งให้ทั่ว 


3. ใช้กระบะอีกใบคว่ำปิดทับด้านบน เปิดรดน้ำด้วยสเปรย์วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หลังรดน้ำแล้วปิดกระบะไว้เช่นเดิมเพื่อเก็บความชื้นเมล็ดจะได้งอกไวๆ



4. เริ่มผลิใบ 1 คู่ ให้หงายกระบะวางทับไว้ด้านบน บังคับให้ต้นทานตะวันงอกในระดับเดียวกัน, สเปรย์รดน้ำเช้า-เย็น แล้วก็วางกระบะทับไว้ด้านบนเช่นเดิม 2-3 วัน ตอนนี้ลำต้นสูงประมาณ 2- 3 นิ้ว เอากระบะที่วางทับไว้ออกได้ จะเห็นใบมีสีเหลืองเนื่องจากไม่โดนแสง เอาวางถาดไว้ในที่ร่มห้ามโดนแสงแดด ไม่กี่ชั่วโมงใบทานตะวันจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว, สเปรย์รดน้ำเช้า-เย็น 


ระยะเวลาเก็บเกี่ยว
7-11 วัน จากนั้นเวลาตัดรากก็ใช้กรรไกรตัดโลด รวบมาเป็นกำๆ แล้วก็ตัดงับๆๆๆ 

วิธีเก็บรักษา :
ใส่ถุงพลาสติกแล้วแช่ในตู้เย็น (ห้ามล้างน้ำก่อนเด็ดขาด ไม่งั้นจะเน่าง่าย!!) 
ถึงเวลาจะทำอาหารค่อยแบ่งออกมาล้างน้ำ

เมนูทานตะวันงอก
ทานตะวันงออก สามารถปรุงเป็นอาหารจีน เช่น  ต้มจืด ยำทานตะวันก็ได้  อาหารฝรั่ง เช่น สลัดผักทานตะวันใส่ผักกาดหอม ผักกาดแก้ว วอตอร์เครส  ปวยเล้ง  ผักคอสร็อกเกต เข้าไปด้วย ก็เป็นแหล่งของเบต้าแคโรทีนเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของมะเร็ง  และป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็ง  แล้วยังมีวิตามินซี ป้องกันผิวหนังแก่ก่อนวัย และกากใยที่ช่วยระบบขับถ่ายได้ดีอีกด้วย

และปรุงเป็นอาหารอิตาเลียน เช่น สลัดอิตาเลี่ยน ทานตะวันอบชีส  อาหารญี่ปุ่น เช่น สลัดญี่ปุ่นแฮนด์โรลและอาหารเวียดนาม เช่น ปอเปี๊ยะ และแหนมเนือง เป็นต้น

ตัดแบ่งใส่ถุง ติดป้ายสติกเกอร์สวยๆ ก็ขายได้แล้ว ^_^



วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

อุบัติเหตุ เจ็บป่วยฉุกเฉิน เข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ไม่ต้องสำรองจ่าย

ผู้ประกันตนทุกคน สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย


     ทางสำนักงานประกันสังคม ได้ออกมายืนยันแล้ว ตามที่รัฐบาลมีนโยบายการพัฒนาระบบประกันสุขภาพของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับบริการ ด้านสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ สะดวกรวดเร็ว และเป็นธรรมตามสิทธิของผู้ป่วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ) รวมทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ได้ร่วมบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ 3 กองทุน ได้แก่ ระบบกองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ  กองทุนประกันสังคม และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 

เมื่อผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน มีสิทธิเข้ารับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลทุกแห่งทั้งภาครัฐและเอกชนทุกแห่ง โดยไม่ถูกบ่ายเบี่ยงการรักษา และได้รับการดูแลรักษาจนกว่าจะพ้นภาวะวิกฤต ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกคนจะได้รับการบริการสาธารณสุขที่จำเป็นอย่างรวดเร็วมีคุณภาพเท่าเทียมกัน                                                                   

       ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม สามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล ตามที่ระบุในบัตรรับรองสิทธิโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่สำหรับกรณีที่ผู้ประกันตนประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติหรือเร่งด่วน และเข้ารับบริการในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่เกิดเหตุ หากเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่นอกระบบประกันสังคมก็สามารถเข้ารักษาพยาบาลได้ โรงพยาบาลจะมีระบบการเรียกเก็บเงินค่ารักษาพยาบาลช่วงวิกกฤตเอง หากพ้นวิกฤตแล้วผู้ประกันตนจะต้องได้รับการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่ผู้ประกันตนเลือกไว้ในระบบประกันสังคม เพื่อมิให้มีภาระเรื่องค่าใช้จ่ายโดยผู้ประกันตนไม่ต้องมายื่นขอเบิกเงินจากสำนักงานประกันสังคม ซึ่งเป็นการลดขั้นตอนที่ทำให้เกิดความยุ่งยากกับผู้ประกันตนด้วย 

ชมข่าวประกันสังคม ในรูปแบบ vdo 

วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557

คลินิก 1 บาท รักษาเพื่อคนจน

คลินิก 1 บาท รักษาเพื่อคนจน
ได้ความปิติใจ เป็นกำไรตอบแทน

‘คลินิกเวชกรรมสุรัตน์’ คลินิก 1 บาท ที่รับรักษาคนไข้โดยคิดค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 1 บาท ซึ่งเปิดให้บริการมากว่า 5 ปีแล้ว โดยได้รับการรับรองมาตรฐานการรักษาจากกระทรวงสาธารณสุข คลินิกแห่งนี้มีผู้ป่วยที่ยากไร้มาใช้บริการวันละไม่ต่ำกว่า 40-50 ราย รักษาคนไข้มาแล้วนับหมื่นๆคน แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาคนไข้แต่ละรายนั้นไม่ใช่น้อย ทั้งค่าหมอ ค่ายา ค่าอุปกรณ์การแพทย์ ค่าพนักงาน แต่ละเดือนคลินิกแห่งนี้จึงมีค่าใช้จ่ายเดือนละกว่า 2 แสนบาท

 ได้ความปีติใจ เป็นกำไรตอบแทน
       
       สิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ คลินิกเวชกรรมสุรัตน์ เปิดดำเนินการมาตลอด และจะเปิดดำเนินการต่อไป นอกเหนือจากกำลังใจจากผู้คนมากมาย ที่เข้ามาใช้บริการในแต่ละวันแล้ว ก็คือความสุขจากการได้เห็นเพื่อนมนุษย์มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่แข็งแรง อันเป็นพรอันประเสริฐ ตามแนวพระพุทธพจน์ที่ว่า "อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ"
       
       โดยนโยบายสำคัญประการหนึ่งที่สุรัตน์ให้ไว้กับแพทย์และเจ้าหน้าที่ประจำสุรัตน์คลินิกทุกคนก็คือ ต้องปฏิบัติต่อคนไข้ทุกคนด้วยความเมตตา ไม่ว่าคนไข้ที่มารับการรักษาเหล่านั้นจะยากดีมีจนอย่างไร และถือว่าทุกคนที่มาทำงานที่คลินิกแห่งนี้นั้น นอกจากจะมีรายได้แล้วก็ยังได้ทำบุญร่วมกัน

   
       
       จากการทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ ตลอดจนถึงทุนทรัพย์ปีละหลายล้านบาท ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า คุณสุรัตน์ได้อะไรจากการเปิด คลินิก 1 บาท คลินิกรักษาฟรี ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสุรัตน์ไขข้อข้องใจในเรื่องนี้ให้ฟังว่า
       
       "มีคนถามผมเยอะนะว่า เปิด คลินิก 1 บาท ทำแล้วได้อะไร ผมว่าสิ่งที่ผมได้มากที่สุดคือความปีติใจ ทุกครั้งที่เราได้เห็นคนที่เราช่วยเหลือเขา มีความสุขขึ้น มันรู้สึกอิ่มใจนะครับ บางคนที่เรารักษาไปเขาก็กลับมาหา เอาขนมเล็กๆน้อยๆมาฝาก บางคนบอกว่ามาหลายหนแล้วไม่เคยเจอผมเลย อยากจะมาขอบคุณผมที่ช่วยให้เขาหายจากความเจ็บป่วย"
       
       สิ่งเหล่านี้มันทำให้เรามีความสุข คือความสุขของคนเรามันไม่เหมือนกันนะ บางคนชอบกินอาหารหรูๆ บางคนชอบไปเที่ยวต่างประเทศ บางคนชอบรถรุ่นใหม่ๆ ก็เปลี่ยนรถอยู่นั่นแหละ บางคนมีบ้านใหญ่โตแล้วก็อยากได้ที่มันใหญ่กว่าเดิม แต่สำหรับผม ที่มีอยู่มันพอแล้ว เราก็อยากแบ่งปันให้คนอื่น ช่วยให้เขามีความสุขทางกายและความสุขทางใจ ทางกายก็คือการเปิดคลินิกรักษาฟรี ส่วนทางใจก็คือการเปิดศูนย์ปฏิบัติธรรม

คลินิกเวชกรรมสุรัตน์
    เลขที่ 98 ถ.รามบุตรี ตรงข้ามโรงแรมเวียงใต้ บางลำพู แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพฯ โทร. 08-7082-9707, 08-7082-9708, 0-2282-5541, 0-2387-2093, 0-2542-2750, 0-2734-2071
       
เวลาให้บริการ
วันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ เวลา 17.00 - 21.00 น. และเสาร์- อาทิตย์ เวลา 09.00 - 13.00 น.
(หยุดทุกวันพุธและวันนักขัตฤกษ์)

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

วินาทีลูกนก กำลังฟักตัวออกจากไข่


วินาทีลูกนก กำลังฟักตัวออกจากไข่ 


Post by haberinbizden.com.

วางแผนการเงินสำหรับชีวิตคู่อย่างไร?

เรามีเคล็ดลับ 4 ขั้นตอน มาดูกันคร้าบบบ

1. ทำบัญชีรายรับรายจ่ายในครอบครัว
2. งดรายจ่ายส่วนตัวที่ไม่จำเป็น
3. อย่าลืม! จัดสรรเงินออมให้พร้อมสำหรับอนาคต
4. มองหาวิธีการลงทุนที่เหมาะสมสำหรับเงินส่วนที่เหลือ

วางแผนการเงินสำหรับชีวิตคู่อย่างไร

รู้ออม...รู้เพิ่มมูลค่า

เพียงแค่เริ่มก็สำเร็จ

     คงไม่มีใครปฏิเสธความสำคัญของการออมการลงทุนว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ในการสร้างอนาคตที่มั่นคง แต่ในทางปฏิบัติ คนไทยจำนวนไม่น้อยกลับมีเงินออมไม่เพียงพอ หรือแม้แต่ยังไม่มีการออมเลยด้วยซ้ำ เพราะยังใช้จ่ายแบบเดือนชนเดือน ยิ่งถ้าต้องออมแบบเป็นกอบเป็นกำไว้ลงทุนหาดอกผล ยิ่งยากมาก แม้ว่าที่จริงแล้วการเก็บเล็กผสมน้อย โดยตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง เป็นจุดเริ่มต้น การออมได้ แถมยังทำให้มีเงินล้านไว้ใช้ก่อนถึงวัยเกษียณ ทำได้อย่างไร วันนี้มีวิธีมาแนะนำ

    การที่จะมีเงินออมได้ ขั้นแรกต้องมีรายได้มากกว่า ค่าใช้จ่ายเสียก่อน ใครที่รายได้ไม่พอใช้จ่ายอยู่ทุกเดือนก็ถึงเวลาทบทวนพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเองว่าทุกวันนี้เราซื้อเพราะ "ความจำเป็น (need)" หรือเพราะ "ความอยากซื้อ (want)" ก่อนซื้อไตร่ตรองบ้างหรือไม่ ว่าของสิ่งนั้นจำเป็นต่อการดำรงชีวิต เป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวก สร้างความเพลิดเพลิน เพิ่มความหรูหรา หรือเพื่อแสดงสถานภาพ เพราะหากเราจ่ายเงินแบบใจเร็ว ไม่ได้ไตร่ตรองถึงความจำเป็น และความคุ้มค่า ให้ดีเสียก่อน อยากได้อะไรก็ซื้อเงินหมดโดยไม่รู้ตัว ผู้หญิงเวลาเห็นเสื้อผ้า ลดราคาก็ไม่ลังเลที่จะเข้าไปเลือกซื้อ ทั้งที่มีเสื้อผ้ามากจนหยิบมาใส่ไม่ซ้ำกันได้เป็นเดือน ส่วนผู้ชายเห็น gadget ใหม่ๆ ออกมายั่วใจ ต้องถอยมาใช้ให้อินเทรนด์ ทั้งที่ gadget ที่มีอยู่ก็ยังไม่ได้ล้าสมัย และอาจจะยังใช้ไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ แต่เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไว ก็ทนไมไ่ด้ที่จะต้องเปลี่ยนตาม หรือแม้แต่ค่าอาหาร เครื่องดื่มในชีวิตประจำวัน ที่รวมๆ แล้ว ไม่น้อยเลยทีเดียว

เปลี่ยนค่าใช้จ่ายเป็นเงินลงทุนระยะยาว

จากค่าใช้จ่ายที่เราจัดทำให้ดูเป็นตาราง ใครอยากเริ่มต้นเปลี่ยนชีวิต ลองหาเวลาทบทวนว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้ของเรามีอะไรบ้าง ลดหรือเลิกซื้อเลิกใช้จะกระทบกับการดำเนินชีวิตมากน้อยแค่ไหน หากเก็บเงินจำนวนนี้ไปลงทุนให้งอกเงย ในระยะยาวแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าเพียงลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยลงบ้าง จะสามารถสร้างความมั่งคงในชีวิตให้คุณได้มากอย่างที่คาดไม่ถึง. 

สู้ๆๆ ครับ ^_^

วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557

ถ้าบัตรรับรองสิทธิหาย หมดอายุ จะทำอย่างไร

ถ้าบัตรรับรองสิทธิหาย หมดอายุ จะทำอย่างไร


สำนักงานประกันสังคมจะออกบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลใบใหม่และจัดส่งให้ผู้ประกันตนตามที่อยู่ที่แจ้งไว้  แต่ถ้าผู้ประกันตนรายใดยังไม่ได้รับบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล ขอให้ยื่นแบบฟอร์ม สปส. 9-02 เพื่อขอบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลใบใหม่


ถ้าบัตรรับรองสิทธิหาย หมดอายุ จะทำอย่างไร

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

ชีวิตเป็นสุข กับ การวางแผนทางการเงิน

โครงการเปลี่ยนประเทศไทย ให้รุ่งเรืองด้วยความรู้ทางการเงิน

"เตรียมสุข หลังเกษียณ" ชีวิตรอบใหม่...ออกแบบได้อย่างมีสไตล์


Download รายละเอียด ฟรี!! คลิกที่นี่

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ประกันสังคมเตรียมคืนสิทธิ ม.39 2557

ข่าวดีครับ  


ประกันสังคม เตรียมคืนสิทธิผู้ประกันตน ม.39 ที่ขาดส่งเงินสมทบเกิน 3 เดือน หรือภายในระยะเวลา 12 เดือนส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน และถูกตัดสิทธิไปแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างเสนอ คสช. เพื่อพิจารณาออกประกาศ 

อ่านเพิ่มเติม http://bit.ly/YxlpEi

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ประกันสังคม มาตรา 40 ออม 100 บาท รับเพิ่ม 100 บาท

ประกันสังคม ได้ขยายทางเลือกให้แก่ผู้ประกันตนในมาตรา 40 กรณีการรับเงินบำนาญชราภาพของแรงงานนอกระบบ

 ประกันสังคม มาตรา 40 เพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกันตน


          ดร.อำมร ชวลิต เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เผยว่า สำนักงานประกันสังคมได้ขยายความคุ้มครองของประกันสังคมมาตรา 40 โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์อีกทางเลือกหนึ่ง คือ เงินบำนาญชราภาพให้กับแรงงานนอกระบบที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 40 ได้ทันที เพียงจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมเดือนละ 100 บาท รัฐบาลจะจ่ายให้อีก 100 บาท ผู้ประกันตนก็จะมีเงินออมเดือนละ 200 บาท โดยสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 40 ได้ไปจนถึงวันที่ 8 ธันวาคม 2557 เท่านั้น ไม่ต้องตรวจสุขภาพแต่อย่างใด จึงถือเป็นโอกาสดีๆ สำหรับผู้สูงอายุที่อยากมีความมั่นคง

ประกันสังคม มาตรา 40 เพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกันตน

ประกันสังคม มาตรา 40 เพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกันตน
เงื่อนไข สิทธิประโยชน์ ประกันสังคม มาตรา 40

          ในปัจจุบันทางประกันสังคมได้ขยายความคุ้มครองแก่ผู้ประกันตนนอกระบบ โดยได้เพิ่มสิทธิประโยชน์มากถึง 5 ทางเลือกด้วยกัน ได้แก่

          1. เพียงแค่จ่ายเงินสมทบเดือนละ 100 บาท โดยผู้ประกันตนจ่ายเดือนละ 70 บาท/เดือน และรัฐบาลอุดหนุน 30 บาทต่อเดือน ประเภทนี้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับคือสิทธิประโยชน์ 3 กรณี เจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต

          2. จ่ายเงินสมทบเดือนละ 150 บาท โดยผู้ประกันตนจ่ายเดือนละ 100 บาท ส่วนรัฐบาลจะช่วยออกให้อีก 50 บาท/เดือน สิทธิประโยชน์จะเหมือนกับกรณีที่ 1 คือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต แต่ได้เพิ่มคือเงินบำเหน็จชราภาพ

          3. ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเดือนละ 200 บาท โดยที่ผู้ประกันตนจ่าย 100 บาท/เดือน และรัฐบาลช่วยอุดหนุนให้อีก 100 บาท/เดือน ทางเลือกนี้สิทธิประโยชน์เป็นเงินออมให้ได้รับสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ

          4. ผู้ประกันตนจ่ายเงินเดือนละ 170 บาท รัฐอุดหนุน 130 บาท/เดือน จะได้รับการคุ้มครองในเรื่องเจ็บป่วย ทุพพลภาพตาย และชราภาพได้เงินบำนาญ สุดท้ายทางเลือกที่

          5 ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเดือนละ 200 บาท รัฐจะอุดหนุนอีก 150 บาท/เดือน สิทธิประโยชน์ที่ได้รับคือ ทุกกรณีตั้งแต่เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย กรณีชราภาพบำเหน็จ และกรณีชราภาพบำนาญ

          ลูกจ้างและและผู้ประกันตนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับงานประกันสังคม สามารถติดต่อสำนักงานประกันสังคมสาขาที่สะดวกได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสายด่วน โทร.1506

รายละเอียดเพิ่มเติม:  http://bit.ly/1p4SxIC

วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เอกสารชี้แจงผู้ประกันตนกองทุนประกันสังคม (ภาษาพม่า)

เอกสารชี้แจงผู้ประกันตนกองทุนประกันสังคม (ภาษาพม่า)

ประกันสังคมไม่ละเลยกลุ่มผู้ประกันตนแรงงานต่างด้าว ทำเอกสารชี้แจ้ง ผู้ประกันตนกองทุนประกันสังคม (ภาษาพม่า) เพื่อให้เข้าใจและใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วน


วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ไวรัส Ebola คืออะไร

อีโบลาคืออะไร

อีโบลา อยู่ในกลุ่มโรคไข้เลือดออก เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดประมาณ 80 นาโนเมตร ยาว 790-970 นาโนเมตร ป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่สุดโรคหนึ่งในโลก ได้ชื่อมาจากพื้นที่ลุ่มแม่น้ำอีโบลา ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ทวีปแอฟริกา (ชื่อประเทศเดิมคือ ซาอีร์) ซึ่งเป็นที่พบผู้ติดเชื้อครั้งแรกเมื่อปี 2519
อีโบลามี 5 สายพันธุ์ย่อยที่สามารถติดต่อในคน ได้แก่
  • สายพันธุ์ย่อย Bundibugyo ebolavirus (BDBV)
  • สายพันธุ์ย่อย Zaire ebolavirus (EBOV)
  • สายพันธุ์ย่อย Sudan ebolavirus (SUDV)
  • สายพันธุ์ย่อย Reston ebolavirus (RESTV)
  • สายพันธุ์ย่อย Tai Forest ebolavirus (TAFV)
ทั้งนี้ สายพันธุ์ในข้อ 1 – 3 เป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงที่ก่อการระบาดในแอฟริกา ส่วนอีก 2 สายพันธุ์ที่เหลือยังไม่พบว่าก่อให้เกิดการระบาด และสายพันธุ์ RESTV เป็นสายพันธุ์ที่พบในจีนและฟิลิปปินส์ ที่ยังไม่เคยก่อการระบาด และยังไม่เคยเป็นเหตุให้เสียชีวิต
ebola002อาการของผู้ติดเชื้ออีโบลา
ระยะฟักตัว 2-21 วัน โรคนี้ พบได้ทุกกลุ่มอายุ อาการของโรคมีความผันแปรและมักเกิดฉับพลัน อาการแรกเริ่มได้แก่การมีไข้สูง (อย่างต่ำ 38.8°C หรือ 102°F) ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อ ข้อและช่องท้องรุนแรง อ่อนเพลียอย่างหนักและวิงเวียนศีรษะ ในช่วงแรกๆ ที่เกิดการระบาดและยังไม่เป็นที่รู้จักมากมักวินิจฉัยว่าเป็นไข้มาลาเรีย ไข้ไทฟอยด์ ท้องร่วง ไข้หวัดใหญ่ รวมทั้งโรคอื่นๆ ที่เกิดจากแบคทีเรียซึ่งมีอาการคล้ายกันแต่ไม่รุนแรงถึงชีวิต
อาการอาจร้ายแรงขึ้น เช่นท้องร่วงอย่างแรง อุจจาระกลายเป็นสีดำหรือแดงจัด อาเจียนเป็นโลหิต ตาแดงจัด ความดันโลหิตลดต่ำกว่า 90/60 ไต ม้ามและตับได้รับความเสียหาย อัตราการตายสูงมากถึงระหว่าง 50% – 90% สาเหตุที่ตายเกิดจากขาดเลือด หรืออวัยวะวาย
Bt2AR1WCAAIOIXyอีโบลาติดต่อได้ยังไง
สามารถติดต่อ 2 ทาง
1. ติดต่อจากสัตว์ โดยการสัมผัส ตัวสัตว์ สารคัดหลั่งของสัตว์ และ/หรือ กินสัตว์ที่เป็นพาหะโรคนี้ เช่น ช่น ลิง หรือ ค้างคาวผลไม้ ซึ่งเป็นสัตว์ที่ชาวแอฟริกานิยมจับทำอาหาร
2. ติดต่อจากคนสู่คน โดยการคลุกคลีใกล้ชิดสัมผัสสารคัดหลั่ง (ที่รวมถึง น้ำอสุจิ และน้ำจากช่องคลอด) ของคนที่ติดเชื้อโรคนี้ (และเชื่อว่า การติดต่ออาจเกิดได้จากการไอ จาม หัวเราะซึ่งละอองน้ำลายมีขนาดใหญ่ แต่ยังไม่มีรายงานการติดต่อทางการหายใจ) ซึ่งการติด ต่อจากคนสู่คนนี้ เป็นวิธีการที่ทำให้เกิดการระบาดได้อย่างกว้างขวางจากโรคนี้สามารถติดต่อ กันได้ง่ายและอย่างรวดเร็ว

การรักษา
ปัจจุบันยังไม่มียังยาที่ใช้รักษาโรคอีโบลา คุณหมอทำได้แต่คอยประคับประคองตามอาการในโรงพยาบาล
ebola003สถานะการณ์ปัจจุบัน
ค่อนข้างน่าเป็นห่วงเพราะกำลังระบาดอย่างหนักในทวีปแอฟริกา ทั้งประเทศกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอ ปีนี้มียอดผู้ป่วยเกือบๆ 1,200 ราย เสียชีวิตไปกว่าครึ่ง ต่อนนี้ทั่วโลกกำลังตระหนักถึงสถานะการณ์นี้และตื่นตัวจึงมีการคุมเข้านักเดินทางที่มาจากประเทศเสี่ยง อย่างเมื่อคืนนี้ที่ประเทศฮ่องกนก็มีการตรวจสอบคนของตัวเองที่ไปประเทศเคนยามาเหมือนกันแต่ก็ไม่พบอะไร
แล้วก็มีอีกเรื่องที่อยากจะพูดถึงคือารสูญเสีย นายแพทย์ชีคห์ อูมาร์ คาน วัย 39 ปี จากไวรัสอีโบลา นายแพทย์ชีคห์ได้รับการยกย่องว่าเป็น  “วีรบุรุษของชาติเซียร์ราลีโอน” จากบทบาทของเขาในการต่อสู้เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาและช่วยชีวติคนไข้ได้หลายคนในเซียร์ราลีโอน และยังมีพยาบาล 3 คน ที่ทำงานร่วมกับ ดร.คาน เสียชีวิตด้วย ขอยกย่องในความเสียสละและขอแสดงความเสียใจในที่นี้ด้วยครับ
ebola001คนไทยควรตื่นตัวแค่ไหน
ebola004จากรูปแม้ดูเหมือนจะเกิดไกลประเทศไทย และไม่เคยมีการค้นพบผู้ติดเชื้อ แต่เราก็ควรจะรู้ และช่วยกันสอดส่อง เพื่อวันหนึ่งถ้ามันมาจริงเราจะได้ไม่แตกตื่นสติแตกกระเจิง ย้ำอีกนิดว่าพื้นที่ประเทศสีฟ้าและสีน้ำเงินน้ำเงินคือประเทศที่พบเชื้ออีโบลาในลิงและหมูนะครับเป็นอีโบลา 2 สายพันธุ์ที่ยังไม่เคยก่อการระบาด และยังไม่เคยเป็นเหตุให้เสียชีวิต
ประเทศไทยของเรานั้นโอกาสเสี่ยงค่อนข้างต่ำครับ เพราะที่ต่างประเทศในประเทศเสี่ยงก็มีการคุมเข้มผู้ที่จะออกเดินทางไปนอกประเทศ แล้วก็ในประเทศของเราเองมีการป้องกันคุมเข้มในระดับที่น่าไว้ใจได้โดยประเทศของเรามีทีมงานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศอยู่ เครื่องไม้เครื่องมือก็ทันสมัย ซึ่งเราก็ติดตามข่าวสารแล้วก็ร่วมให้กำลังใจพวกเขากันได้ที่http://thaigcd.ddc.moph.go.th หรือที่เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/HealthControl.SVB
อีกทั้งกระทรวงสาธรณสุขขอกเราเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ​ได้จัดระบบเฝ้าระวังและป้องกันไว้แล้วคือ
  • ให้กรมควบคุมโรคติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศเฝ้าระวังผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือคนไทยที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค หากพบผู้มีอาการอยู่ในข่ายสงสัยให้รายงานทันที
  • ให้โรงพยาบาลทุกแห่งใช้มาตรการดูแลรักษา หากมีผู้ป่วยมีอาการในข่ายสงสัยในระดับเดียวกับโรคไข้หวัดนก ,รคซาร์ส เป็นต้น
  • ให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตรียมความพร้อมในการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ
ช่องทางที่เอาไว้ตรวจสอบการระบาดของไวรัสอีโบลาคือที่องค์การอนามัยโลก หรือชื่อสั้นๆ WHO (World Health Organization)ครับ >> http://www.who.int

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

10 Technology น่าจับตามอง 2557

นำเสนอ “10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจ” ในงาน “นาสด้า อินเวสเตอร์เดย์” ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ซึ่งปีนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ นำมาจัดร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ และเครือข่ายพันธมิตร ในงาน “IP INNOVATION AND TECHNOLOGY EXPO 2014”  หรือไอพีไอเท็กซ์ 2014 งานแรกของไทยที่บูรณาการรวมสุดยอดนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทยจากหน่วยงานต่างๆไว้ด้วยกัน

“ดร.ทวีศักดิ์  กออนันตกูล”  ผู้อำนวยการ สวทช. บอกถึงการนำเสนอ 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองว่า หลายเทคโนโลยีที่เคยกล่าวไว้ในปีก่อน ๆ วันนี้หลายอย่างเริ่มเห็นว่าเป็นจริงได้เร็วกว่าที่คิด อย่างเช่น ทีดีพรินเตอร์หรือเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่ขณะนี้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย มีทั้งเครื่องขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ที่พิมพ์ออกมาสร้างเป็นบ้านได้เป็นหลัง ๆ หรือแม้กระทั่งการพิมพ์อวัยวะด้วยหมึกที่ทำจากเซลล์และของเหลวที่อยู่กับเซลล์ได้ ก็ยังอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา 
ขณะเดียวกันรากฐานของวิทยาการหลัก ๆ ที่เราถือว่ามั่นคงแล้ว มีหลายเรื่องที่ทำให้เกิดการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ที่น่าทึ่งได้ อย่างเช่น วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่เก่งขึ้นสองเท่าทุกสองปี  ฮาร์ดดิสก์ที่ทุกสิบปีจะมีความจุเพิ่มขึ้นกว่า 200 เท่าตัว การคำนวณที่เร็วขึ้นมหาศาล อินเทอร์เน็ตที่เร็วขึ้น  รวมถึงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ดีขึ้น
สำหรับ 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจ ในปี 2557 นี้  ดร.ทวีศักดิ์ บอกว่า  
ลำดับที่  1 RNAi Therapeutics
คือเทคโนโลยี อาร์เอ็นเอไอ เธอราปี หรือการแทรกแซงด้วยอาร์เอ็นเอ ซึ่งวิธีการใหม่ที่นักวิทยาศาสตร์กำลังวิจัยกันอยู่ เพื่อให้สามารถเข้าไปขัดขวางการทำงานของเซลล์เป้าหมาย เช่น เซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตไม่ได้ แบ่งตัวก็ไม่ได้ และตายไปในที่สุด  โดยไม่กระทบกระเทือนกับเซลล์ปกติที่อยู่รอบๆ  ขณะนี้มีการทดสอบยาแบบอาร์เอ็นเอไอ  ระดับคลินิกในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งตับแล้ว และในระดับห้องปฏิบัติการก็ยังมีผู้ทดสอบในอีกหลายโรค 
ลำดับที่ 2 DNA Robot 
เทคโนโลยีดีเอ็นเอ โรบอท หรือดีเอ็นเอที่ออกแบบพิเศษ สามารถประกอบร่างตัวเองจนได้รูปร่างและโครงสร้างพิเศษ ซึ่งมีประโยชน์ในการใช้เป็นพาหะหรือตัวกลาง เพื่อนำยาหรือสารบางอย่างไปที่เซลล์เป้าหมายได้ ปัจจุบันในต่างประเทศอยู่ระหว่างพัฒนา ดีเอ็นเอ โรบอท ในรูปแบบต่าง ๆ 
ลำดับที่ 3 Synthetic Biology 
เป็นศาสตร์ใหม่ที่ผสานวิทยาศาสตร์เข้ากับวิศวกรรม เน้นการออกแบบและสร้างสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีในธรรมชาติ ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาจะสร้างเป็นจุลินทรีย์ ที่มีคุณสมบัติผลิตสารสำคัญที่มูลค่าสูงจนคุ้มค่ากับการลงทุน 
ลำดับที่ 4 Smart Polymer
หรือพอลิเมอร์ที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ภายนอกได้ อาทิ แสง ความร้อน  สารเคมี หรือสนามแม่เหล็ก โดยการตอบสนองนั้นๆ ทำให้พอลิเมอร์มีการเปลี่ยนแปลง เช่น รูปร่าง  อุณหภูมิ หรือสี คุณสมบัติแบบนี้ในระดับสุดยอด ก็คงไม่ต่างจากในภาพยนตร์ที่แม้หุ่นยนต์โดนยิง ก็ยังซ่อมแซมตัวเองได้
ลำดับที่  5 Lightweight Composite 
หรือ คอมโพสิตน้ำหนักเบา แต่แข็งแรงเท่ากับเหล็ก มีความสำคัญมากกับอุตสาหกรรมยานยนต์และภาคการขนส่ง ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
ลำดับที่  6  Seawater magnified
เป็นการสกัดแร่ธาตุและโลหะหายากที่มีค่าออกมาจากน้ำทะเล ไม่ว่าจะเป็น ลิเทียม แบเรียม โมลิบดีนัม นิเกิล และแร่ยูเรเนียม ซึ่งเป็นแร่มูลค่าสูงที่ต้องการในตลาด 
ลำดับที่  7 OLED

หรือไดโอดเปล่งแสงจากสารอินทรีย์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานแสง โดยนำไปใช้งานได้ในสองรูปแบบใหญ่ๆ คือ ใช้เป็นจอแสดงผล และใช้เป็นแหล่งกำเนิดแสง  
ลำดับที่ 8 เทคโนโลยีแอลอีดี 
ซึ่งจะมาแทนฟลูออเรสเซนต์ได้ เนื่องจากประหยัดพลังงานมากกว่า และมีแนวโน้มที่จะสะท้อนสีจริงของวัตถุตามธรรมชาติดีขึ้นเรื่อยๆ 
ลำดับที่ 9 Cognitive
หรือ Computing Computer ที่เข้าใจ และเรียนรู้ข้อมูลต่างๆ ตลอดจนคิดและตัดสินใจได้เอง โดยอาศัยวิธีการเรียนรู้แบบเดียวกับสมองมนุษย์
ลำดับที่ 10 Big Data Analytic Platform 
ปัจจุบันมี Big Data หรือข้อมูลขนาดใหญ่มากๆ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในหลายวงการทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลการตลาดที่เกี่ยวข้องกับโซเชียลมีเดีย ข้อมูลพันธุกรรมมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ข้อมูลจราจร และข้อมูลการพยากรณ์อากาศ 
เทคโนโลยี Big Data ซึ่งมีการวิเคราะห์ขั้นสูงจะมีประโยชน์ ทั้งด้านการค้า และการวางแผนสำหรับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคม การสาธารณสุข หรือแม้แต่ด้านความมั่นคงของประเทศ

ขอบคุณแหล่งที่มาข่าว dalilynews.co.th

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

10 เมนูเด็ด อาเซียน

เนื่องจากแถบอาเซียนมีทรัพยากรค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้มีเมนูอาหารที่น่ารับประทาน และมีประโยชน์ต่อสุขภาพให้เลือกมากมาย  ดังนั้นเพื่อไม่ให้พลาดกับอาหารรสเลิศของประเทศต่างๆ ทีมงานจึงเลือก อาหารขึ้นชื่อของ กับ 10 เมนูเด็ดของ 10 ประเทศอาเซียน ที่ถ้าได้ไปเยือนแล้ว ไม่ควรพลาดมากฝากกัน 

1.ประเทศไทย 
          ต้มยำกุ้ง (Tom Yam Goong)  แค่เอ่ยชื่อก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ต้มยำกุ้งเป็นอาหารคาวที่เหมาะสำหรับรับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ กลิ่นหอมของสมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบในต้มยำกุ้ง นอกจากจะทำให้รู้สึกสดชื่นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการเจริญอาหารได้เป็นอย่างดี

          และเนื่องจากต้มยำกุ้งเป็นอาหารที่มีรสเปรี้ยว และเผ็ดเป็นหลัก ทำให้รับประทานแล้วไม่เลี่ยน จึงทำให้ต้มยำกุ้งเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในทั่วทุกภาคของประเทศไทย รวมถึงชาวต่างชาติเองก็ติดอกติดใจในความอร่อยของต้มยำกุ้งเช่นเดียวกัน

อาหารอาเซียน เมนูเด็ดของ
ต้มยำกุ้ง

2.ประเทศกัมพูชา
          อาม็อก (Amok) เป็นอาหารคาวยอดนิยมของกัมพูชา มีลักษณะคล้ายห่อหมกของไทย โดยเป็นการนำเนื้อปลาสด ๆ ลวกพริกเครื่องแกง และกะทิ แล้วทำให้สุกโดยการนำไปนึ่ง ซึ่งนอกจากจะใช้เนื้อปลาแล้ว อาจเลือกใช้เนื้อไก่แทนก็ได้ ส่วนสาเหตุที่คนในประเทศกัมพูชานิยมรับประทานปลา เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของกัมพูชามีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ ทำให้ปลาเป็นอาหารที่หารับประทานได้ง่ายนั่นเอง
                                                    
อาม็อก - ประเทศกัมพูชา

3.ประเทศบรูไน
        
  อัมบูยัต (Ambuyat) เป็นอาหารยอดนิยมของบรูไน มีลักษณะเด่นอยู่ที่ตัวแป้งจะเหนียวข้นคล้ายข้าวต้ม หรือโจ๊ก โดยมีแป้งสาคูเป็นส่วนผสมหลัก ตัวแป้งอัมบูยัตเอง ไม่มีรสชาติ แต่ความอร่อยจะอยู่ที่การจิ้มกับซอสผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงอีก 2-3 ชนิด เช่น ผักสด เนื้อห่อใบตองย่าง หรือเนื้อทอด  ทั้งนี้ การรับประทานอัมบูยัตให้ได้รสชาติ ต้องรับประทานตอนร้อน ๆ จึงจะดีที่สุด
                  อาหารอาเซียน เมนูเด็ดของ
                                          อัมบูยัต - ประเทศบรูไน

4.ประเทศพม่า
          หล่าเพ็ด (Lahpet) เป็นอาหารยอดนิยมของพม่า โดยการนำใบชาหมักมาทานกับเครื่องเคียง เช่น กระเทียมเจียว ถั่วชนิดต่าง ๆ งาคั่ว กุ้งแห้ง ขิง มะพร้าวคั่ว เรียกได้ว่า มีลักษณะคล้ายคลึงกับเมี่ยงคำของประเทศไทย ซึ่งหล่าเพ็ดนี้ จะเป็นเมนูอาหารที่ขาดไม่ได้ในโอกาสพิเศษหรือเทศกาลสำคัญ ๆ ของประเทศพม่า โดยกล่าวกันว่า หากงานเลี้ยง หรืองานเฉลิมฉลองใด ไม่มีหล่าเพ็ด จะถือว่าการนั้นเป็นงานที่ขาดความสมบูรณ์ไปเลยทีเดียว
           อาหารอาเซียน เมนูเด็ดของ
หล่าเพ็ด - ประเทศพม่า 

5.ประเทศฟิลิปปินส์
          อโดโบ้ (Adobo) เป็น อาหารยอดนิยมของประเทศฟิลิปปินส์ ทำจากเนื้อหมู หรือเนื้อไก่ ที่ผ่านการหมัก และปรุงรส โดยจะใส่น้ำส้มสายชู ซีอิ๊วขาว กระเทียมสับ ใบกระวาน พริกไทยดำ นำไปทำให้สุกโดยอบในเตาอบ หรือทอด แล้วนำมารับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ
          ในอดีตอาหารจานนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักเดินทาง เนื่องจากส่วนผสมของอโดโบ้สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน เหมาะสำหรับพกไว้เป็นเสบียงอาหารระหว่างการเดินทาง ซึ่งปัจจุบันอโดโบ้ได้กลายเป็นอาหารยอดนิยมที่นำมารับประทานกันได้ทุกที่ทุก เวลา
                         อาหารอาเซียน เมนูเด็ดของ
                                       อโดโบ้ - ประเทศฟิลิปปินส์

6.ประเทศสิงคโปร์
          ลักซา (Laksa) อาหารขึ้นชื่อของประเทศสิงคโปร์ ลักซามีลักษณะคล้ายก๋วยเตี๋ยวต้มยำใส่กะทิ ทำให้รสชาติเข้มข้น คล้ายคลึงกับข้าวซอยของไทย โดยลักซาจะมีส่วนผสมของ กุ้งแห้ง พริก กุ้งต้ม และหอยแครง เหมาะสำหรับคนที่ชอบรับประทานอาหารทะเลเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ลักซามีทั้งแบบที่ใส่กะทิ และไม่ใส่กะทิ ทว่า แบบที่ใส่กะทิจะเป็นที่นิยมมากกว่าลักซา - ประเทศสิงคโปร์
                   อาหารอาเซียน เมนูเด็ดของ

                                                   ลักซา - ประเทศสิงคโปร์

7.ประเทศอินโดนีเซีย
          กาโด กาโด (Gado Gado) อาหารยอดนิยมของประเทศอินโดนีเซีย ประกอบไปด้วยผัก และธัญพืชหลากหลายชนิด  ทั้งแครอท มันฝรั่ง กะหล่ำปลี ถั่วงอก ถั่วเขียว นอกจากนี้ยังมีเต้าหู้ และไข่ต้มสุกด้วย กาโด กาโดจะนำมารับประทานกับซอสถั่วที่คล้ายกับซอสสะเต๊ะ อย่างไรก็ตาม ด้วยเครื่องสมุนไพรในซอส อาทิ รากผักชี หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ทำให้เมื่อรับประทานแล้วจะไม่รู้สึกเลี่ยนกะทิมากจนเกินไปนั่นเอง
อาหารอาเซียน เมนูเด็ดของ
กาโด กาโด - ประเทศอินโดนิเซีย
8. ประเทศลาว 
          สลัดหลวงพระบาง (Luang Prabang Salad) เป็นอาหารขึ้นชื่ออีกชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีรสชาติกลาง ๆ ทำให้รับประทานได้ทั้งชาวตะวันออก และตะวันตก โดยส่วนประกอบสำคัญคือ ผักน้ำ ซึ่งเป็นผักป่าที่ขึ้นตามริมธารน้ำไหล และยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น  มันแกว แตงกวา มะเขือเทศ ไข่ต้ม ผักกาดหอม และหมูสับลวกสุก ส่วนวิธีปรุงรสคือ ราดด้วยน้ำสลัดชนิดใส คลุกส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว และถั่วลิสงคั่ว

อาหารอาเซียน เมนูเด็ดของ
สลัดหลวงพระบาง - ประเทศลาว

9.ประเทศมาเลเซีย
          นาซิ เลอมัก (Nasi Lemak) อาหารยอดนิยมของประเทศมาเลเซีย โดยนาซิ เลอมัก จะเป็นข้าวหุงกับกะทิ และใบเตย ทานพร้อมเครื่องเคียง 4 อย่าง ได้แก่ ปลากะตักทอดกรอบ แตงกวาหั่น  ไข่ต้มสุก และถั่วอบ ซึ่งนาซิ เลอมักแบบดั้งเดิมจะห่อด้วยใบตอง และมักทานเป็นอาหารเช้า แต่ในปัจจุบัน กลายเป็นอาหารยอดนิยมที่ทานได้ทุกมื้อ และแพร่หลายในประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายแห่ง เช่น สิงคโปร์ และภาคใต้ของไทยด้วย
อาหารอาเซียน เมนูเด็ดของ
นาซิ เลอมัก - ประเทศมาเลเซีย
10.ประเทศเวียดนาม 
          เปาะเปี๊ยะเวียดนาม  (Vietnamese Spring Rolls) ถือเป็นหนึ่งในอาหารพื้นเมืองที่โด่งดังที่สุดของประเทศเวียดนาม ความอร่อยของเปาะเปี๊ยะเวียดนาม อยู่ที่การนำแผ่นแป้งซึ่งทำจากข้าวจ้าวมาห่อไส้ ซึ่งอาจจะเป็นไก่ หมู กุ้ง หรือหมูยอ โดยนำมารวมกับผักสมุนไพรอีกหลายชนิด เช่น สะระแหน่ ผักกาดหอม และนำมารับประทานคู่กับน้ำจิ้มหวาน โดยจะมีถั่วคั่ว แครอทซอย ไชเท้าซอย ให้เติมตามใจชอบ และบางครั้งอาจมีเครื่องเคียงอย่างอื่นเพิ่มด้วย 
อาหารอาเซียน เมนูเด็ดของ
ปอเปี้ยะเวียดนาม - ประเทศเวียดนาม